จากด้านซ้าย : คุณอภิชาติ ศาลิคุปต,
คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา,
รองศาตราจารย์ชัชชัย  โกมารทัต




“สนามเด็กเล่นคือห้องเรียนแห่งแรกในชีวิตของเด็ก” คำพูดนี้คงไม่เกินจริงไปนัก หากพิจารณาจากผลวิจัยล่าสุดซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบรีส ร่วมกันเป็นเจ้าภาพดำเนินการ

เพราะจากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับเพลย์คิวหรือความฉลาดทางการเล่น (Play Quotient) ของเด็กชายและหญิงอายุระหว่าง 7-9 ปี และ 10-12 ปีจากทั่วทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 1,354 คนในโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับ “ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้” ซึ่งบรีสดำเนินการจัดสร้างให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเปรียบเทียบเพลย์คิว ก่อนและหลังจากมีโอกาสได้เล่นเครื่องเล่นอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง พบว่า เพลย์คิวหลังจากมีเครื่องเล่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดูรายละเอียดผลการวิจัย...คลิกที่นี่

 

คุณหญิง ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ กล่าวว่า “ทุกวันนี้ เราให้ความสำคัญกับโรงเรียนและตำราเรียนมาก แต่ดิฉันเชื่อว่า ห้องเรียนแห่งแรกในชีวิตเด็กทุกคนคือสนามเด็กเล่น เพราะในชีวิตประจำวัน เด็กใช้เวลานอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียนเสียอีก เพราะฉะนั้น การทำให้ชีวิตนอกห้องเรียนมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน คือการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดีที่สุด”

“เวลาที่ดิฉันลงไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สนามเด็กเล่นยังคงเป็นสิ่งที่โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องการ อย่างที่ยะลา คุณครูท่านหนึ่งให้เหตุผลว่า สนามเด็กเล่นเป็นพื้นที่ให้เด็กทุกคนไม่ว่านับถือศาสนาอะไรได้เข้ามาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เรียนรู้การเข้าสังคมและกฎระเบียบการอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่า ยิ่งเด็กได้เล่นมาก การพัฒนาทุกๆ ด้านก็จะเร็วและสมบูรณ์มากขึ้น การวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นประโยชน์มาก และช่วยตอกย้ำว่าการเล่นมีความสำคัญต่อการพัฒนาในวัยเด็กจริงๆ” คุณหญิง ดร.กษมากล่าว

รองศาตราจารย์ชัชชัย  โกมารทัต สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้ได้รับทุน  จากบรีสให้ดำเนินงานวิจัยชิ้นนี้ อธิบายเพิ่มเติมว่า “เด็กกับการเล่นถือว่าเป็นของคู่กัน ที่สำคัญ การเล่นยังช่วยสนับสนุนให้เด็กมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา น่าเสียดายที่เด็กสมัยนี้มีโอกาสได้เล่นกลางแจ้งน้อยลงด้วยหลายเหตุผล แต่เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญของการเล่น ผมคิดว่า งานวิจัยชิ้นนี้น่าจะช่วยจุดประกายให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้เปลี่ยนทัศนคติ และหันมาชวนเด็กเล่นกลางแจ้งให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์”

อภิชาติ ศาลิคุปต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผ้า บริษัท  ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “บรีสได้ให้ความร่วมมือกับ สพฐ. ในการพัฒนาเยาวชนไทยด้วยการสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาตลอด 9 ปี มาถึงวันนี้ หลังจากที่เราเริ่มจุดประเด็นและให้ความรู้เรื่องเพลย์คิวกับสังคมไทย ด้วยการจัดสร้างลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ไปแล้ว 145 แห่งทั่วประเทศ เราต้องการทราบว่าการเล่นในลานเล่นบรีสฯ มีผลกับเพลย์คิวอย่างไร จึงได้ขอให้สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ ทำการวิจัยเด็กทั่วประเทศ และพบว่าเด็กๆ ที่มีโอกาสเล่นเครื่องเล่นกลางแจ้งมีระดับเพลย์คิวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ”

“ผลการวิจัยชี้ชัดว่า เด็กจะโตได้อย่างสมบูรณ์ต้องมีเพลย์คิวซึ่งเป็นรากฐานของไอคิวและอีคิว  การที่เด็กได้เล่นอย่างสม่ำเสมอและมีเพลย์คิวสูงขึ้น โอกาสที่จะมีไอคิวและอีคิวสูงขึ้น สามารถพัฒนาความฉลาดและความมั่นคงทางอารมณ์ได้ก็จะมีมากขึ้น ผลการวิจัยครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าการเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นมากขึ้นมีผลต่อเพลย์คิวอย่างชัดเจน และเพลย์คิวจะเพิ่มขึ้นอีกได้หากได้เล่นอย่างต่อเนื่อง” นายอภิชาติกล่าว

ผลวิจัยชี้ชัดถึงขนาดนี้ ก็อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่นี่แหละที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของการเล่นเสียใหม่ และเปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้เล่นให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดความฉลาดในด้านอื่นๆ ให้กับลูก และส่งเสริมให้พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

 
Copyright 2007 Unilever, larnlenbreeze.com, All rights reserved.
Privacy policy | Terms and conditions